ลดราคา!

น้ำมะขามป้อม ยาอายุวัฒนะ (อร่อย เปรี้ยวๆหวานๆ เฝื่อน ขมน้อยมากๆ)

130.00 ฿2,400.00 ฿

✨ใหม่!น้ำมะขามป้อมสดออร์แกนิค ผสม น้ำอ้อยขันหมาก
???? สดชื่นมากกก รสชาติเฝื่อนน้อยมากๆ ดื่มแล้วชุ่มคอมากๆ????
คั้นสด ไม่ผ่านการ pasteurize เพื่อคงคุณค่าทางอาหาร เพราะตัวนี้Vitamin C เขาสูงมากกกก เป็นยาอายุวัฒนะ
เพื่อให้ทานง่ายชึ้น แบบขั้นอร่อยเลย เราเลยนำมาผสมกับน้ำอ้อยออร์แกนิคของป้าสมจิต จิ๊บอยากทำน้ำมะขามป้อมแบบอร่อยมานานแสนนาน เราเคยกินแต่แบบ Version ที่เขาทำแบบใส่ลูกสมอ ใส่สมุนไพรหลายๆตัว น้ำนี่ สีดำ ปรื๋อเลย กินแล้วขมขื่นสุดๆ ให้ความรู้สึกเป็นยา แต่อันนี้จิ๊บทำ Version แบบ สดชื่นดื่มได้ทั้งวันทุกวัน ไม่เป็นอันตรายไม่สะสม เพราะใส่อ้อย 1 ส่วน มะขามป้อม 1/2 ส่วน ไม่ได้ใส่เข้มข้น ไม่ต้องผสมอะไรแล้ว ดื่มได้เลย!
ป้าสมจิตที่ปลูกอ้อยขันหมาก เคยไปผ่าสมองมาเพราะสารเคมีสะสม ป้าเลยทำเกษตรอินทรีย์แบบ 100% รูปสุดท้าย คือ รูปของป้ากับจิ๊บ ถือ Watercress กับ จิงจูฉ่าย เพราะให้ ป้าช่วยปลูก Watercress ด้วย
ป้าสมจิตปลูกอ้อยขันหมาก ซึ่งเป็นอ้อยสำหรับพิธีแต่งงาน ซึ่งมันใช้ให้น้อยมากๆ คือ ต้องเลือกลำที่สวยๆใหญ่ๆ ตรงๆ ส่วนที่โค้งๆ จะตัดทิ้ง (เราก็จะเอามาคั้นน้ำ หรือเอาไปให้ช้าง) เวลาคั้นออกมาสีจะออกเข้มๆแบบที่เห็นเลยคะ สังเกตหมคะว่าลำเขาจะเป็นสีแดงๆสวยมาก ต้นไหนโค้งๆ เอียงๆ ไม่สวยก็จะเอามาคั้น แม่ก็ช่วยซื้อประจำมาคั้นน้ำอ้อยเองบ้าง ซื้อไปแจกช้างบ้าง รอบล่าสุด แม่ทำบุญแจกช้างไป 100 kg กกละ 4 บาท เพราะการท่องเที่ยวก็ยังไม่ค่อยดี ควานช้างก็แทบไม่มีรายได้ ต้องไปตัดหญ้ามาให้ช้างกิน
มะขามป้อมออร์แกนิคหน้าตาจะไม่สวยอย่างที่เห็นนี้เลย เหลืองๆ น้ำตาลๆ คือไม่ได้เป็นโรคนะ เขาปลูกแบบธรรมชาติ ไม่ได้ใส่ปุ๋ย ใส่ยา
เรียกว่าฝากเทวดาเลี้ยงเลยคะ ลูกเลยเล็กมากๆ
❄️เก็บในช่องธรรมดาได้ 4 วัน Freeze ได้ 1 เดือน❄️
????ดื่มได้ทั้งวัน ชุ่มคอสุดๆ????
เหมาะกับคนที่กำลังเป็นหวัด ไอ มีเสมหะ
ถ้าไม่อยากดื่มเย็นๆก็นำมาตั้งทิ้งไว้ จนเขาเป็นอุณหภูมิห้องปกติ นะคะ

New! Fresh organic gooseberry juice

Introducing our new and fresh organic gooseberry juice, packed with Vitamin C and the elixir of longevity. We freshly squeeze the juice and do not pasteurize it to retain its nutritional value. The taste is slightly astringent, but it makes your throat very soothing. For convenience, we mixed it with Aunt Somjit’s organic sugarcane juice, which does 100% organic farming and grows Khan Mak sugar cane, which is dark in colour when squeezed out.

Our gooseberry juice is not very sweet, but just the right amount of sweetness – slightly sweet and very refreshing. Even Jip’s older sister, who is addicted to eating sugar, enjoys it regularly with a spoon and scoops out the sugar for fun. The organic gooseberry may not look as pretty, but it’s yellow and brown, indicating that it’s not a disease. We plant it naturally, without any fertilizer or medicine.

Auntie’s sugarcane is not sweet during this rainy season, as the sugarcane absorbs a lot of water. Therefore, we do not use it in our juice. Instead, we use Aunt Somjit’s organic sugarcane, mixed with the gooseberry juice, for the perfect taste.

Lastly, our juice can be stored in a normal compartment for four days or frozen for up to one month. Enjoy the goodness of our organic gooseberry juice and stay healthy!

If you’re looking for a refreshing drink that you can enjoy all day, then you should try gooseberry juice. It’s also great for people with colds, coughs, and phlegm. If you don’t like to drink it cold, you can leave it out until it reaches room temperature.

รหัสสินค้า: Gooseberry Juice หมวดหมู่:

รายละเอียดเพิ่มเติม

1. บำรุงร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้า >> อ่านแล้ว WOW มากคะ
.
ผลของมะขามป้อมเต็มเปี่ยมไปด้วยสารอาหารอย่างครบถ้วน จึงไม่แปลกใจที่มะขามป้อมจะสามารถดูแลได้ทั้งร่างกาย ตั้งแต่บำรุงผม สมอง ดวงตา คอ หลอดลม ปอด หัวใจ ตับ ตับอ่อน ไต กระเพาะ ลำไส้ และผิวหนัง แถมยังช่วยแก้น้ำเหลืองเสีย บำรุงกำลัง บำรุงเลือด ลดความดันเลือดสูง และปรับประจำเดือนให้มาปกติได้อีกด้วย
2. ช่วยดับกระหายได้ดี
3. แก้ไอ เจ็บคอ ลดเสมหะ
4. แก้ท้องผูก มีฤทธิ์เป็นยาระบาย
5. บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง
6. มะขามป้อมมีสารต้านมะเร็ง
มีการวิจัยพบว่าสารฝาดในมะขามป้อมอย่างกรดแกลลิค และสารแทนนิน สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งไม่ให้ก่อตัวในร่างกายเราได้ แถมมะขามป้อมยังสามารถต้านอนุมูลอิสระได้ดีมาก เพราะอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารแทนนินที่ประกอบไปด้วย emblicanin A, emblicanin B, punigluconin และ peduculagin
7. รักษาหอบหืด
8. High Vit C.
มะขามป้อมผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาก อีกทั้งยังมีสารแทนนินและโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารป้องกันการสลายตัวของวิตามินซี ทำให้วิตามินซีคงตัวอยู่ได้นาน ไม่เพียงเท่านั้นมะขามป้อมยังอุดมไปด้วยสารอาหาร ทั้งวิตามินเอ
.
ด้วยสรรพคุณของมะขามป้อมที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ จึงเชื่อกันว่ามีฤทธิ์ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ต้านการอักเสบ ช่วยรักษาโรคหลากหลาย เช่น ลดคอเลสเตอรอลในเลือด ลดการแข็งตัวของหลอดเลือดแดง โรคเบาหวาน ตับอ่อนอักเสบ โรคมะเร็ง ท้องเสีย โรคทางสายตา ปวดข้อ ถ่ายเป็นเลือด โรคอ้วน โรคข้อเข่าเสื่อม หรือฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด การแพทย์ทางเลือกด้านอายุรเวท (Ayurveda) ระบุคุณประโยชน์ของมะขามป้อมไว้หลายด้าน รวมถึงสรรพคุณช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล เนื่องจากอุดมไปด้วยสารสำคัญหลายตัว โดยเฉพาะสารเพกทิน (Pectin) และสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ที่มีองค์ประกอบทางเคมีและมีรายงานว่ามีฤทธิ์ช่วยลดไขมันในเลือด
จากการศึกษาชิ้นเก่าเกี่ยวกับคุณสมบัติการลดไขมันในเลือดของมะขามป้อม โดยทดลองให้กลุ่มผู้ชายสุขภาพปกติและกลุ่มผู้ชายที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง อายุ 35-55 ปี รับประทานอาหารเสริมจากมะขามป้อมเป็นเวลาติดต่อกัน 28 วัน ผลการทดสอบของทั้ง 2 กลุ่มมีระดับคอเลสเตอรอลลดลง แต่หลังจากหยุดรับประทานอาหารเสริมไป 2 สัปดาห์กลับพบว่ากลุ่มผู้ชายที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงมีระดับคอเลสเตอรอลเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเกือบเท่าระดับเดิมก่อนเริ่มการรับประทาน
สำหรับงานวิจัยในปัจจุบันได้ทดสอบคุณสมบัติผลมะขามป้อมในการช่วยลดลดคอเลสเตอรอลในเลือด กลุ่มการทดลองเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานและคนปกติที่รับประทานสารสกัดจากผลมะขามป้อมในปริมาณแตกต่างกัน ได้แก่ 1 กรัมต่อวัน 2 กรัมต่อวัน และ 3 กรัมต่อวัน เป็นระยะเวลา 21 วัน หลังจากวัดผลด้วยการตรวจเลือดพบว่า การรับประทานสารสกัดจากผลมะขามป้อมเป็นปริมาณ 2 และ 3 กรัมต่อวันช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีและไตรกลีเซอไรด์อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังเพิ่มระดับไขมันชนิดดีของทั้งกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานและคนปกติ แต่มีเพียงเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานที่รับประทานสารสกัดจากผลมะขามป้อมวันละ 3 กรัมต่อวันเท่านั้นที่พบว่ามีระดับคอเลสเตอรอลรวมลดลง
แม้ว่ายังไม่ทราบกลไกการออกฤทธิ์ของสารสำคัญในมะขามป้อมที่แน่ชัด แต่จากการศึกษาคุณสมบัติของมะขามป้อมพบว่า มีความเปลี่ยนแปลงของระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงหรือโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ยังคงต้องหาหลักฐานเพิ่มเติมจากงานวิจัยในอนาคต เพื่อช่วยรับรองผลการศึกษา
โรคมะเร็ง จากการศึกษาวิจัยมะขามป้อมต่อโรคมะเร็งที่ผ่านมามักพบการทดลองระดับเซลล์และในสัตว์ทดลองเป็นส่วนใหญ่ โดยเชื่อกันว่าสารพฤกษเคมีหลายตัวที่พบในมะขามป้อมมีคุณสมบัติต้านมะเร็งคล้ายการใช้ยาเคมีบำบัด เช่น กรดแกลลิก กรดเอลลาจิก ไพโรแกลลอล คอริลาจิน เจอรานีน เป็นต้น
จากการทดสอบประสิทธิภาพสารสกัดจากมะขามป้อมต่อการยับยั้งมะเร็งเซลล์ตับและเซลล์มะเร็งปอด เพื่อใช้เสริมฤทธิ์ยาเคมีบำบัดรักษามะเร็ง 2 ตัว ได้แก่ ยาด๊อกโซรูบิซิน หรือยาซิสพลาติน ผลการทดสอบพบว่าการใช้สารสกัดจากมะขามป้อมแบบเดี่ยวหรือใช้ควบคู่กับยาเคมีบำบัดรักษามะเร็งต่างมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งที่ทดสอบ มะขามป้อมจึงอาจใช้เป็นส่วนผสมร่วมกับยาด๊อกโซรูบิซินหรือยาซิสพลาตินรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งบางราย ซึ่งอาจช่วยเสริมหรือลดผลจากตัวยาเคมีบำบัดลง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับอัตราส่วนในการผสมของยาและสารสกัดจากมะขามป้อม อย่างไรก็ตาม ยังขาดการศึกษาอย่างจริงจังถึงสัดส่วนของยาและสมุนไพรในคน รวมถึงปฏิกิริยาระหว่างยากับสารสกัดจากมะขามป้อมซึ่งยังให้ผลไม่ชัดเจน
โรคเบาหวาน มะขามป้อมใช้เป็นยาพื้นบ้านมาตั้งแต่อดีตสำหรับรักษาโรคเบาหวาน เนื่องจากเชื่อกันว่าช่วยจัดการภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก ซึ่งอาจช่วยต่อต้านความเสียหายที่เกิดขึ้นในร่างกายจากการพัฒนาของโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ จากตัวโรค โดยในปัจจุบันมีการศึกษาหลายชิ้น เช่น
จากการศึกษาสรรพคุณของมะขามป้อมต่อการลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีอาการอาการปกติหรือไม่มีภาวะแทรกซ้อน 120 คน โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่รับประทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของน้ำมะขามป้อมและสมุนไพรอื่น ๆ ซึ่งมีคุณสมบัติลดน้ำตาลในเลือดทุกวันเป็นระยะเวลา 3 เดือน เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับประทานอาหารเสริม แต่รับประทานอาหารปกติ จากนั้นจึงวัดผลด้วยการเจาะวัดระดับน้ำตาลในเลือดพบว่า กลุ่มที่รับประทานอาหารเสริมมีระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร 8 ชั่วโมง (Fasting Blood Sugar: FBS) และน้ำตาลสะสม (Glycated Hemoglobin: HbA1c) ลดลงอย่างชัดเจน แต่ไม่พบความเปลี่ยนแปลงในกลุ่มที่ไม่รับประทานอาหารเสริม
สอดคล้องกับการศึกษาอาหารเสริมจากมะขามป้อมในผู้ป่วยโรคเบาหวาน จำนวน 43 คน โดยให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารเสริม ขนาด 500 มิลลิกรัมต่อเม็ด ซึ่งมีส่วนผสมของมะขามป้อม 25% และสมุนไพรชนิดอื่นอีก 75% วันละ 2 เม็ด ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3 เดือน เปรียบเทียบกับกลุ่มอาสาสมัครสุขภาพแข็งแรง จำนวน 10 คน ที่ไม่ได้รับประทานอาหารเสริม หลังจบการทดลองพบว่า กลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานทั้ง 3 กลุ่ม มีค่าระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังต้องศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องปริมาณของมะขามป้อมที่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด
จากข้อมูลการศึกษาหลายชิ้นเชื่อว่ามะขามป้อมมีคุณสมบัติช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด จึงอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยเบาหวาน แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นการศึกษาที่ใช้มะขามป้อมควบคู่กับสารสกัดหรือสมุนไพรชนิดอื่น อีกทั้ง ปริมาณการใช้มะขามป้อมต่อการรักษาโรคเบาหวานยังไม่ทราบแน่นอน ทำให้ต้องศึกษาเพิ่มเติมหรือมีงานวิจัยที่ใช้มะขามป้อมเพียงตัวเดียว เพื่อช่วยยืนยันผลการศึกษาที่แน่นอน
โรคอ้วน นอกจากสรรพคุณช่วยลดภาวะไขมันและโรคหัวใจ มะขามป้อมยังถูกใช้อย่างแพร่หลายในการรักษาโรคอ้วน จากการศึกษาสูตรยาโบราณอย่าง ตรีผลา (Triphala) ซึ่งประกอบด้วยสมุนไพร 3 ชนิด ได้แก่ มะขามป้อม สมอไทย และสมอพิเภก เพื่อดูประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักในคนอายุ 16-60 ปี โดยให้รับประทานตรีผลาวันละ 5 กรัม วันละ 2 ครั้งเปรียบเทียบกับยาหลอก จากนั้นจึงวัดผลจากน้ำหนักตัว ค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index: BMI) รอบเอวและรอบสะโพกทุก 4 สัปดาห์ รวมถึงตรวจดูการทำงานของตับและไต ค่าความต้านทานต่ออินซูลิน ผลการทดลองพบว่า กลุ่มที่รับประทานตรีผลามีน้ำหนักตัว รอบเอว และรอบสะโพกลดลงกว่ากลุ่มที่รับประทานยาหลอก รวมถึงไม่พบผลข้างเคียงทั้งใน 2 กลุ่ม
นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาอีกชิ้นเกี่ยวกับประสิทธิภาพของสารสกัดจากมะขามป้อมในผู้ป่วยโรคอ้วน โดยให้รับประทานอาหารเสริมจากมะขามป้อมวันละ 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 12 สัปดาห์ ผลพบว่า ผู้ป่วยมีระดับคอเลสเตอรอลรวมและคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังการรับประทานสารสกัดจากมะขามป้อมครบ 12 สัปดาห์ ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงเรื่องหลอดเลือดหัวใจ ได้แก่ ไขมัน การอักเสบ และการแข็งตัวของเกล็ดเลือดในผู้ป่วยโรคอ้วน
จากข้อมูลในข้างต้น การแพทย์ทางเลือกโดยใช้สมุนไพรที่ขึ้นชื่อกันว่าช่วยลดน้ำหนักลดลงอย่างมะขามป้อมก็อาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคอ้วนทั่วไป แต่ในรายที่อ้วนมากหรือมีอาการรุนแรงอื่น ๆ ควรได้รับการรักษาที่เฉพาะเจาะจง มีการออกกำลังกาย ควบคุมการรับประทานอาหาร และปรึกษาแพทย์ควบคู่กันไป
โรคข้อเข่าเสื่อม ตามแนวทางการแพทย์อายุรเวทของอินเดียได้ใช้สมุนไพรหลายชนิดในการรักษาโรค โดยมะขามป้อมเป็นสมุนไพรอีกชนิดที่เชื่อว่ามีฤทธิ์ต้านการอักเสบและเป็นส่วนผสมอยู่ในตำรับยาดังกล่าว จึงมักถูกนำมาใช้รักษาโรคข้อเข่าเสื่อม
จากการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพของยาสมุนไพรตามสูตรยาแพทย์อายุรเวชที่มีมะขามป้อมเป็นส่วนประกอบกับการใช้กลูโคซามีนควบคู่กับยาเซเลโคซิบ (Celecoxib) ในผู้ป่วยที่มีอาการข้อเข่าเสื่อม จำนวน 440 คน โดยแบ่งให้กลุ่มแรกรับประทานกลูโคซามีนซัลเฟต 2 กรัมต่อวัน พร้อมกับเซเลโคซิบ 200 มิลลิกรัมต่อวัน และอีกกลุ่มรับประทานยาสมุนไพรที่มีมะขามป้อม เป็นระยะเวลา 24 สัปดาห์
พบว่ายาสมุนไพรตามสูตรยาแพทย์อายุรเวชช่วยลดอาการปวดเข่าและเสริมการทำงานของหัวเข่าให้ดีขึ้นในระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งชี้ให้เห็นว่ายาสมุนไพรอาจมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับกลูโคซามีนและยาเซเลโคซิบ อย่างไรก็ตาม ยังพบผลข้างเคียงคือตับอักเสบเล็กน้อย และค่าเอนไซม์กลับเข้าสู่ภาวะปกติเมื่อหยุดรับประทาน ทำให้ต้องศึกษาและติดตามผลในด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมก่อนนำมาประยุกต์ใช้รักษาโรคข้อเข่าเสื่อมในระยะยาว
References: https://www.pobpad.com/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%82%E0%B8…

ข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาด 6.2 × 6.2 × 21.36 เซนติเมตร
Set

1ขวด, 2ขวด, 3ขวด, 4ขวด, 5ขวด, 6ขวด, 7ขวด, 10ขวด, 20ขวด