แก้ตับอักเสบ

ทำยังไงก็ได้ให้ร่างกายมีสารพิษน้อยที่สุด ด้วยการจำกัดพิษออกให้ได้มากที่สุด แล้วพยายามเติมพิษให้น้อยที่สุด

การขับถ่ายเป็นทวารขับพิษที่ใหญ่ที่สุด ดังนั้นถ้าช่วงไหนเราขับถ่ายไม่ดี ไม่ออกทุกวัน ภูมิเราจะเริ่มตก เริ่มเป็นหวัดง่าย ตัวดึง ปวดหัว นู่นอักเสบ นี่อักเสบ เดี๋ยวก็ภูมิแพ้ถามหา ….. ยิ่งทำงานหนักด้วย เลยทำให้ป่วยหนัก ….11

ทำงานหนัก พักน้อย เครียดต้องยิ่งดูแลตัวเองเรื่องการกินมากๆ เป็นสิ่งที่เราควบคุมง่ายที่สุดแล้ว เราอาจไม่มีเวลาออกกำลังกาย แต่ควบการทานอาหารก็สามารถคุมเกมส์ได้มากถึง 80% เลยทีเดียว

คนที่มีภาวะร้อนเกินควรเลี่ยงอาหารฤทธิ์ร้อน เช่น อาหารรสจัดจ้าน อาหารที่ปรุงด้วยความร้อนจัด (เช่น ผัดผักบุ้งไฟแดง) อาหารที่อุ่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือ อาหารที่มีเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ใหญ่ อาหารมันๆผัดน้ำมันเยิ้มๆ ก็ทำให้เกิดภาวะร้อนเกินคะ

1. รสเผ็ดจัด มีผลต่อตับและถุงน้ำดีที่ย่อยรสเผ็ดจัด

2. รสหวานจัด จะทำลายหลอดเลือด ตับอ่อน เซลล์ ไต และกระเพาะปัสสาวะ

3. เค็มจัด ทำลายหัวใจ ลำไส้เล็ก

4. รสมันจัด จะทำลายตับ หลอดเลือด และสมอง

5. รสเปรี้ยวจัด ทำให้ธาตุไฟกำเริบ กระทบกระเพาะอาหารและ ม้าม

6. รสฝาดจัด ทำให้คอแห้ง ท้องผูก และเกิดนิ่ว

7. รสขมจัด จะทำลายหัวใจ ระบบประสาท ธาตุไฟกำเริบ หรือ บางทีก็ทีกลับเป็นเย็นเกิน จึงกระทบปอดและลำไส้ใหญ่

อาหารฤทธิ์ร้อนเหมาะกับการทานช่วงหน้าหนาว และสำหรับคนที่ธาตุเย็น

ผักฤทธิ์ร้อน เช่น พริกไทน ขิง ข่า ขมิ้น ตะไคร้ ใบมะกรูด เครื่องเทศทั้งหลาย

คะน้า แครอทบีทรูด กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาวผักโขม สาหร่ายมะเล พืชที่มีกลิ่นฉุนทั้งหลาย

น้ำเย็นก็เป็นฤทธิ์ร้อนนะคะ เมื่อกระทบกับอุณหภูมิที่ร้อนภายในร่างกายก็จะเด้งกลับเป็นร้อนเท่าทวีคูณ

อาหารฤทธิ์เย็น เช่น ตำลึงหวาน ตำลึง ผักหวานป่า บวบ แฟง เต้าแตง มะละกอดิบ แตงกวา หยวกกล้วย ก้านกล้วย กล้วยดิบ หัวปลี ยอดฟักแม้ว ดอกมะรุม ถั่วงอก

แต่ถ้าถั่วงอกผัดแบบเค็มๆ ผัดนานๆ จนเปื่อย ใส่น้ำมันเยอะๆ ก็เป็นฤทธิ์ร้อนค่ะ^0^

อยากลดน้ำหนัก หรือ ลดไขมันพอกตับ ต้องผัดผักกับน้ำเท่านั้น แล้วผัดแป๊ปเดียวนะคะ รีบเอาขึ้นเลย ผัดจนเปื่อยก็หมดวิตามินแถมยังเป็นฤทธิ์ร้อนอีกด้วย!



Similar Posts