มะเร็ง เนื้องอก หายได้จากการ Fasting และปรับอาหาร!

การ Fasting หรือ อดอาหารมีการปฎิบัติที่แพร่หลายในศาสนาพุทธ อิสลาม และ คริสต์ ซึ่งให้ประโยชน์ทั้งทางกายและจิตวิญญาณ

มะเร็งเกิดจากการที่ Mitochondria ในร่างกายเกิดความเสียหาย

คือ เซลล์เกิดความเสียหาย

เซลล์ในร่างกายต้องการเอาตัวรอดด้วยการ พัฒนาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหม่ปรับเปลี่ยนระบบการเผาผลาญใหม่ เป็นระบบที่ชอบกินน้ำตาล คนที่ชอบกินน้ำตาล ของหวานจึงทำให้เซลล์ของมะเร็งโตขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้นวิธีทำให้เซลล์มะเร็งตาย คือ

1 หยุดกินน้ำตาล อาหารแปรรูป อาหารที่ไขมันสูงเพราะทำให้ร่างกายอักเสบ ยิ่งเป็นการทำให้กระบวนการรักษาตัวเองล่าช้า

2 ทำการ Fasting งดอาหาร ดื่มแต่น้ำเปล่าตลอดทั้งวัน

3 ก่อนทำการ Fast ก็ค่อยๆเริ่มเป็น Step จากที่เคยกินอาหาร 3 มื้อ ขนมอีก3-4 มื้อ ต่อวัน ลดลง หรือ วันละ 2 มื้อ 1 มื้อ

หลังจากนั้นก็อดอาหาร ทานแต่ผักผลไม้ หรือ น้ำผักเพื่อล้างท้องก่อนสัก 1 อาทิตย์ เมื่อร่างกายพร้อมก็เริ่ม Fast คือ ดื่มน้ำอย่างเดียว

เริ่มจาก 24 ชม. จากนั้นเดือนถัดไปก็ เพิ่มเป็น 36 ชม. 48 ชม. และ 60 ชม. 72 ชม. บางคน Fasting ได้ถึง 21 วัน!

12 ชม. ที่อดอาหารร่างกายจะผลิต Growth Hormone การออกกำลังกายก็เพิ่ม Growth Hormone เช่นกันคะ

ร่างกายจะเริ่มผลิตสาร Antioxidant ที่ต้านทานโรค zinc ในร่างกายในปริมาณเพิ่มขึ้นซึ่งช่วยการทำงานของเอนไซม์ในร่างกาย

18 ชม. ร่างกายจะเริ่มเกิดกระบวนการ “Autophagy” : Recycling Old Damaged Protein เป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มทำความสะอาดตัวเอง คือ เริ่มกินเซลล์เก่า เซลล์ที่เสียหาย อย่างเซลล์มะเร็ง กินแม้กระทั่งเชื้อรา แบททีเรีย ยีส

24 ชม. การอักเสบลดลง เช่นในลำไส้ มีการผลิตเซลล์ใหม่ในสมอง

48 ชม. ช่วง Fasting เป็นช่วงที่ Stem Cell เริ่มทำงาน ซึ่งมันเป็นเซลล์ที่เกิดขึ้นมาเฉยๆ แบบไม่มีหน้าที่พิเศษอะไร

พอร่างกายเข้าสู่การ Fast จะไปกระตุ้น ตัว Stem Cell มันสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์อื่นๆได้ ที่ร่างกายต้องการ > เป็นการ healing ของร่างกาย & ชะลอวัย

โปรตีนที่เสียหายจะถูกทำลาย แล้วถูกสร้างขึ้นมาใหม่

72 ชม. ร่างกายจะกระตุ้นการทำงานของ Stem Cell มากขึ้น > เกิดการกระบวนการซ่อมแซม การรักษาตัวเอง > จะรู้สึกอ่อนเยาว์ขึ้น

ค่อยๆเพิ่มทีละน้อย การ Fasting สามารถทำได้บ่อยๆ เช่น เดือนละ 1 ครั้ง แต่ละเดือนเราค่อยๆเพิ่มระยะเวลาการ Fast เมื่อร่างกายพร้อม

แล้วจึงเริ่ม Fast ช่วงแรกของการ fast ร่างกายจะใช้ Glucose ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานแรก พอGlucose หมดจะเริ่มใช้พลังงานที่เรียกว่า Ketone คือ พลังงานจากไขมัน

ช่วงนี้ร่างจะเข้าสู่ Survival Mode > ร่างกายจะเริ่มกินเซลล์เก่า Autophagyแล้ว Regenerate Cell ใหม่ เซลล์สมองจะมีการเกิดใหม่ ความจำจะดีขึ้นมาก!

คนที่ไม่เหมาะกับการ Fast คือ

1 คนท้อง

2 คนที่ผอมมากๆ

คนที่เหมาะกับการ Fast คือ คนที่มีร่างกายอักเสบอยู่บ่อยๆ เช่น

1 ระบบย่อยไม่ดี คือ ย่อยยาก กินอะไรก็ท้องอืด

2 คนที่มีปัญหาเรื่องระบบการเผาผลาญ หรือ Metabolic Syndrome อย่าง เบาหวาน โรคอ้วน

3 รูมาตอยด์

4 ไขมันพอกตับ : ช่วง Fast ร่างกายจะใช้ไขมันที่สะสมไว้ในตับ ทำให้ตับอักเสบลดลง


จิ๊บมี Case Study 3 เคสที่จิ๊บอยากให้ทุกคนดูนะคะ

มีคนที่เป็นมะเร็งลำไส้ระยะ 3 & มะเร็งปอดระยะ 4 และคุณกิ๊ปที่ปัจจุบันเป็นมะเร็งเต้านม มาออกรายของคุณป้านิดดา

2 เคสแรกหายจากการ Fasting & กินผัก น้ำผัก เยอะมากๆ โดยเฉพาะคนที่เป็นมะเร็งลำไส้ ดื่มแต่น้ำผักแยกกากทั้งเดือนเพราะเขาทานกากไม่ได้

คนแรกใช้วิธีการรักษาแบบ Holistic ทั้งกายและใจ เขาได้ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ Meditation ด้วย เพราะความเครียดเป็นอาหารของมะเร็ง!

จิ๊บฟังคุณกิ๊ปตั้งแต่คลิปแรก คือ แกแพ้การทำคีโมขั้นรุนแรง เลยตัดสินใจรักษามะเร็งด้วยวิธีธรรมชาติ คือ ปรับอาหาร & Fasting & Meditation

ตอนนี้คุณกิ๊ปตั้งใจจะทำการ Fast ทุกๆ 3 อาทิตย์ ลองฟังดูนะคะ คนที่ไม่เป็นมะเร็งก็ควรต้อง Fastอย่างน้อย ปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อผลัดเปลี่ยนเซลล์ใหม่!

สังเกตทั้ง 3 คนนี้ มีคุณสมบัติที่สำคัญ คือ มองโลกในแง่ดีมีความเชื่อมั่นว่าต้องหาย มีความตื่นรู้ เปิดใจมีความพยายามในการหาข้อมูลใหม่ๆ ตลอดเวลา

ตอน : Water Fasting – YouTube

From Stage 3 Colon Cancer to NO Cancer Detected in 4 Months – YouTube

LUNG CANCER Success with a 15 cm (6 inch) Tumor – YouTube


เมื่อเดินสายหมอเขียว ปฎิบัติตามยา 9 เม็ด????

☀️????ปรับอาหาร????ฤทธิ์ร้อนเย็น ตามสภาพ ร่างกายของเรา สำรวจว่าเราร้อนเกิน หรือ เย็นเกิน หรือ เป็นทั้งร้อนและเย็นพันกัน! ให้ปรับอาหารตามนั้น ส่วนใหญ่ 90% คือ ร้อนเกินอย่างโรคดังต่อไปนี้ คือ เกิดจากภาวะร้อนเกิน

– โรคหัวใจ

– เนื้องอก (Chocolate Cyst) มะเร็ง

– โรคเกาต์

– เบาหวาน

– ความดันโลหิตสูง กรดไหลย้อน

– ไทรอยด์เป็นพิษ ริดสีดวงทวาร

– มดลูกโต ตกขาว ตกเลือด ปวดมดลูก

– กระเพาะอาหาร-ลำไส้อักเสบ ตับอักเสบ

– ไตอักเสบ ไตวาย นิ่วไต

– นิ่วกระเพาะปัสสาวะ นิ่วถุงน้ำดี กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

#อาการก่อนเกิดโรค

-ปวดหัวไมเกรน

-ปวดท้องประจำเดือนบ่อยๆ ปวดมากชนิดเป็นไข้

-ปัสสาวะกลางคืนบ่อยๆ เพราะร่างกายพยายามขับความร้อนออก

-ร้อนใน

-รู้สึกร้อนข้างใน

-เครียด ผมหงอกก่อนวัย

-มือเท้าบวม (น้ำเข้ามาดับร้อน)

-กล้ามเนื้อตึง

-ปวดเมื่อยตามตัว

????ที่สำคัญเราต้องทานอาหารตามลำดับเพื่อลดการอักเสบของร่างกาย ทำให้ย่อยง่ายขึ้นขับถ่ายดีขึ้น ป้องกันอาการท้องผูก

#วิธีการทานอาหารที่ถูกต้อง#เริ่มจากย่อยง่ายไปยาก

????ลำดับที่ 1 ดื่มน้ำสมุนไพรปรับสมดุล เช่น น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นต่างๆ หรือที่เรียกว่า น้ำคลอโรฟิลล์สดจากธรรมชาติ เป็นต้น

????ลำดับที่ 2 รับประทานผลไม้ฤทธิ์เย็น เช่น กล้วยน้ำว้า แก้วมังกร กระท้อน สับปะรด ส้มโอ ชมพู่ มังคุด แตงโม แตงไทย แคนตาลูป มะม่วงดิบ

ควรงดหรือลดผลไม้ฤทธิ์ร้อน เช่น ทุเรียน ขนุนสุก มะม่วงสุก ลูกยอ ลิ้นจี่ เงาะ ลำไย มะไฟ มะเฟือง มะปราง มะตูม กล้วยไข่ กล้วยหอม กล้วยเล็บมือนาง ส้มเขียวหวาน สละ องุ่น ฝรั่ง น้อยหน่า กระทกรก (เสาวรส) ละมุด

????ลำดับที่ 3 รับประทานผักฤทธิ์เย็นสด เช่น อ่อมแซบ (เบญจรงค์) ผักบุ้ง แตง กวางตุ้ง ผักกาดขาว ผักกาดหอม (สลัด) ถั่วงอก สายบัว บัวบก มะเขือ ฮว่านง็อก ใบมะยม เป็นต้น

ควรงดหรือลดผักฤทธิ์ร้อน ได้แก่ ผักรสเผ็ด กลิ่นฉุน เครื่องเทศทุกชนิด เช่น พริก ขิง ตะไคร้ ข่าพริกไทย กุยช่ายขมิ้น โหระพา เป็นต้น

ชะอม คะน้า กะหล่ำปลี แครอท บีทรูท ถั่วฝักยาว ถั่วพู สะตอ กระเฉด กระถิน โสมจีน โสมเกาหลี ผักกาดเขียวปลี ใบยอ ผักโขม

????ลำดับที่ 4 รับประทานข้าวจ้าวพร้อมกับข้าว โดยรับประทานข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือเป็นปกติก็ยิ่งดี ควรงดหรือลดคาร์โบไฮเดรทที่มีฤทธิ์ร้อนมาก เช่น เผือก มัน ข้าวนิล ข้าวเหนียว ข้าวสาลี

โดยเฉพาะคาร์โบไฮเดรทที่มีฤทธิ์ร้อนมากแต่ขาดวิตามิน เช่น ขนมปัง ขนมกรุบกรอบ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมจีน

????ลำดับที่ 5 รับประทานโปรตีนฤทธิ์เย็น

ได้แก่ ต้มถั่วหรือธัญพืชฤทธิ์เย็นเป็นหลัก เช่น ถั่วขาว ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วลันเตา ถั่วโชเล่ย์ขาว ลูกเดือย แต่ละวันควรทานโปรตีนฤทธิ์เย็นหมุนเวียนชนิดไปเรื่อยๆ

ควรงดหรือลดการรับประทานโปรตีนฤทธิ์ร้อน เช่น เนื้อ นม ไข่ ถั่วลิสง ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วทุกชนิดที่เอามาทอด เห็ดหอม เห็ดหลินจือ เห็ดโคน ควรงดหรือลดการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เช่น น้ำมันพืช น้ำมันสัตว์ รำข้าว จมูกข้าว งา กะทิ เนื้อมะพร้าว เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง เมล็ดอัลมอลล์ เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ลูกก่อ เมล็ดกระบก เป็นต้น

กรณีที่มีภาวะร้อนเกินและเย็นเกินเกิดขึ้นพร้อมกัน ก็ใช้ทั้งฤทธิ์ร้อนและเย็นผสมกันเท่าที่รู้สึกสุขสบาย กรณีที่มีภาวะเย็นเกิน ลดหรืองดสิ่งที่มีฤทธิ์เย็น แล้วเพิ่มสิ่งที่มีฤทธิ์ร้อน ในสัดส่วนปริมาณที่เมื่อรับประทานแล้วรู้สึกว่าสุขสบายเบากายและมีกำลังที่สุด ตามแต่สภาพร่างกายของคนๆนั้น ณ เวลานั้นๆ

????หวังว่า Post นี้จะเป็นประโยชน์กับทุกๆคนที่เป็นโรคและไม่มีโรคประจำตัวนะคะ ???? เรากับครอบครัวเคยไปเข้าค่ายหมอเขียวที่มุกดาหารไม่กี่วัน กลับมาศึกษาเองต่อ กลับมาบ้านก็ทำตามหลักยา 9 เม็ดเท่าที่เราจะทำได้ คือ รู้เลยว่าแนวนี้แหละ คือ สายที่ดีที่สุดในการดูแลตัวเอง พึ่งพาตัวเอง หากใครไม่สบายใจก็รักษาตามแพทย์แผนปัจจุบันควบคู่ไปด้วย หลายคนเปิดใจมาเข้าค่ายหมอเขียวก็ค่อยๆปรับยาลดลง จนทิ้งยาไปเลย โรคก็หายไปด้วย มัน amazing มากจริงๆค่ะ Simple Yet Powerful Healing Effect!

CR: หมอเขียว แพทย์วิถีธรรม

Similar Posts